“พานาโซนิค” ยกเครื่อง ควบบริษัทรุกหนัก ชู Total Living Solution

0 Comments

การตลาด- พานาโซนิคย้ำชัด “ไทยคือบ้าน” ประกาศปรับผังองค์กรครั้งใหญ่ ควบรวม 3 บริษัทในไทย สร้างทีมขายที่แข็งแกร่ง ภายใต้ชื่อ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (PSTH) ยึดหลัก One Panasonic & One Team ขับเคลื่อนกิจการกลุ่มด้วยเป้าหมายเดียวกัน ภายใต้กลยุทธ์การเติบโตอย่างยั่งยืนในธุรกิจใหม่ “Total Living Solution” เจาะลูกค้า B2B นำเสนอโซลูชั่นส์เพื่อการใช้ชีวิตแบบครบวงจร ตั้งเป้าอีก 9ปี หรือในปี 2573 ครองบัลลังก์ Professional Solutions Provider ด้วยยอดขาย 28,000 ล้านบาท โตขึ้นเท่าตัวนับจากปี64 ที่ปิดได้ 14,000 ล้านบาท

นับย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี2565ที่ผ่านมา “พานาโซนิค” ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการประกาศนโยบายในการบริหารงานทั่วโลกออกมาใหม่ โดยการปรับผังองค์กรจาก พานาโซนิค คอร์ปอเรชั่น มาเป็นรูปแบบบริษัทโฮลดิ้ง เพื่อช่วยยกระดับการบริหารจัดการภายในกลุ่มให้มีความชัดเจน เสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ และมีผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนำมาสู่การปรับผังองค์กรการบริหารงานในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

“การปรับโครงสร้างทั่วโลกของ พานาโซนิค ในครั้งนี้ จะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565 เป็นต้นไป ซึ่งการปรับโครงสร้างครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการบริหารจัดการอย่างรอบคอบและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในแต่ละอุตสาหกรรม จากทั้งหมด 8 บริษัท จะโอนเข้าเป็นบริษัทโฮลดิ้ง ภายใต้ชื่อใหม่ “พานาโซนิค โฮลดิ้ง คอร์ปอเรชั่น”

โดยกลุ่มบริษัทพานาโซนิคจะแบ่งการบริหารจัดการออกเป็นบริษัทปฏิบัติการต่างๆ ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่ในการดำเนินงานด้วยตนเอง ทั้งนี้การปรับไปสู่รูปแบบดังกล่าว จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ และเพิ่มศักยภาพความุๆสามารถในการแข่งขันได้อย่างเต็มที่มากขึ้น” นายฮิเดคาสึ อิโตะ ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระดับโกลบอล

หลังการปรับรูปแบบองค์กร พานาโซนิค คอร์ปอเรชั่นใหม่ ในฐานะหนึ่งในบริษัทปฏิบัติการ จะยังคงมุ่งมั่นต่อการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยวางปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่มุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คน สังคม และโลกของเราอย่างยั่งยืน

 

ซีอีโอ กลุ่มบริษัทพานาโซนิคในประเทศไทย ยังได้กล่าวต่อว่า สำหรับประเทศไทย พานาโซนิคได้มีการปรับผังองค์กรให้สอดรับกับทิศทางการดำเนินงานในระดับโลก และเพื่อรับกับความท้าทายของตลาดและโอกาสทางธุรกิจในประเทศ ด้านการควบรวม 3 บริษัทไว้ด้วยกัน

โดยวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา บริษัท พานาโซนิค ไลฟ์ โซลูชั่นส์ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (PLSSTH) ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (PSTH) และตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนนี้ เป็นต้นไป จะมีการควบรวมอีก 2 บริษัทมาไว้ภายใต้บริษัทเดียวกันนี้ ได้แก่ บริษัท พานาโซนิค แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (PMT) ซึ่งเป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค หรือ Country Headquarter และ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (PST) บริษัทผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจซิสเต็ม (System), กลุ่มภาพและเสียง (Consumer AV) และกลุ่มไลท์ติ้ง (Lighting) โดยมียอดขายรวมทั้ง 3 บริษัทในปี 2564 (2021) ประมาณ 14,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สำหรับการควบรวมทั้ง 3 บริษัทมาไว้ภายใต้ บริษัท พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ PSTH จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพที่แข็งแกร่งให้กับทีมขาย ที่รวบรวมทั้งการตลาด การออกแบบ และการขาย ภายใต้แนวคิด One Panasonic & One Team ทำให้การติดต่อประสานงานกับลูกค้ากลุ่ม B2B ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าทั้งกลุ่มที่อยู่อาศัย (Residential) และไม่ใช่ที่อยู่อาศัย (Non-residential) ครอบคลุมตั้งแต่ ที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงาน โรงงาน คลังสินค้า โรงพยาบาล และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งโครงการภาครัฐ (B2G) มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยเป้าหมายการดำเนินงานของ PSTH คือการนำเสนอ Total Solutions For Living Spaces โดยใช้กลยุทธ์ Systematizing จัดหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หลายรายการเพื่อนำเสนอในรูปแบบของโซลูชั่นส์มากกว่าการขายรายผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 3 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ 1.Energy-saving โซลูชั่นส์การประหยัดพลังงานเพื่อตอบสนองสังคมปลอดคาร์บอน 2.Comfort & Wellness โซลูชั่นส์เพื่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีพร้อมรองรับกับสังคมผู้สูงอายุ และ3. Smart & Safety ตอบรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปในยุค New Normal

 

ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตใน 4 ตลาดที่มีศักยภาพ คือ Consumer Market, Housing & Residential, Office & Factory Warehouse และธุรกิจใหม่ที่จะพร้อมจะรุกตลาดมากขึ้นในปีนี้ คือ Total Living Solution ซึ่งเป็นการนำเสนอบริการแบบโซลูชั่นส์เพื่อการใช้ชีวิตแบบครบวงจร

โดยในตลาดกลุ่มที่อยู่อาศัย ได้มีการนำเสนอ Total Living Solution ผ่านโชว์รูม ‘Experience Center’ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2564 ที่ผ่านมา โดยพานาโซนิคได้จัดแสดงแนวคิดด้านสุขภาพสำหรับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอการออกแบบและการติดตั้งโซลูชั่นส์เพื่อการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ระบบประหยัดพลังงาน ระบบควบคุมคุณภาพอากาศ โซลูชั่นส์เพื่อการพักผ่อนและการนอน เป็นต้น

ส่วนตลาดในกลุ่ม ที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย ในปีนี้จะมีการเปิดตัวโซลูชั่นส์เพื่อสำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office Solution) ที่มีการออกแบบและปรับเปลี่ยนโซลูชั่นส์ที่ยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้า ใน 3 หมวดหลัก คือ 1.Stress-Free Solutions ด้วย Smart Box ตู้รับพัสดุและปลดล็อคด้วยระบบบลูทูธ 2.Anti-Virus Solutions พื้นที่ปลอดไวรัสและแบคทีเรียด้วยอุปกรณ์ทันสมัย เช่น เครื่องฟอกอากาศ “Ziaino” ระบบปรับอากาศ “Air-E” พื้นของห้องที่ทำจากวัสดุต้านแบคทีเรีย และ3.Energy Saving Solutions ซึ่งครอบคลุม อุปกรณ์ที่ให้แสงสว่างรวมถึงเซนเซอร์อัตโนมัติและการบริหารจัดการด้านพลังงาน

 

นายอิโตะ กล่าวต่อว่า แผนการควบรวม 3บริษัททีมขายในไทยให้เป็นหนึ่งเดียวในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน พร้อมทั้งตอบโจทย์ลูกค้าได้สะดวกและมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอในรูปแบบโซลูชั่น ซึ่งเวลานี้ในภาพรวมยังต้องมีการศึกษาและวางแผนการดำเนินธุรกิจว่าจะไปในทิศทางใด จะขับเคลื่อนด้วยโซลูชั่นส์ใดและสินค้ากลุ่มไหน แต่ที่สำคัญจะต้องมีการเพิ่มงบการตลาดอีกมากเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ รวมถึงลงทุนทางด้านบุคคลากรที่มีอยู่กว่า 370 คน ให้มีประสิทธิภาพในการทำงานมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่เป้าหมายในอีก 9 ปีข้างหน้า หรือภายในปี ค.ศ. 2573 ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

จากรายได้ปีพ.ศ.2564 (เม.ย.64 – มี.ค.65) ปิดที่ 14,000 ล้านบาท มาจาก พานาโซนิค ไลฟ์ โซลูชั่นส์ เซลส์ 4,000 ล้านบาท, พานาโซนิค แมเนจเม้นท์ 8,000 ล้านบาท และพานาโซนิค ซิว เซลส์ อีก 2,000 ล้านบาท ในปี2565 คาดว่ารายได้จะโตอีกอย่างน้อย 10%

ขณะที่เมื่อรวมทั้ง3 บริษัทแล้ว พบว่า รายได้ B2C อยู่ที่ 30% และ B2B 70% จากนี้แม้จะเน้นโซลูชั่นในกลุ่ม B2B แต่รายได้ในกลุ่ม B2C ก็จะเติบโตขึ้นด้วบเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่กำลังเกิดขึ้น มีผลต่อต้นทุนวัตถุดิบให้ถีบตัวสูงขึ้น รวมถึงทางด้านโลจิสติกส์ที่มีการขนส่งสินค้าบางอย่างมาไทยเกิดความล่าช้า เวลานี้จึงทำได้เพียงบริหารจัดการต้นทุนให้ดี รวมถึงสั่งซื้อสินค้าในรูปแบบบิ๊กล็อต เพื่อให้มีสินค้าคงค้างเพียงพอเพื่อแก้ปัญหาด้านโลจิสติกส์ที่คาดว่าจะลากยาวไปอย่างน้อย 2-3 ปี ที่สงครามจะจบลง ส่งผลให้หลังจากนี้ สินค้าอาจจะมีการปรับราคาสูงขึ้นไปด้วย

 

ที่ผ่านมาพานาโซนิคเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นระยะเวลากว่า 60 ปีแล้ว และเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดไทยซึ่งเปรียบเสมือนบ้านอีกหลังหนึ่งนั้น พานาโซนิคยังคงมองไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนอย่างต่อเนื่อง ส่วนจะมีการลงทุนเพิ่มเติมในไทยทางด้านไหน และเมื่อไหร่นั้นยังตอบไม่ได้ ขึ้นอยู่กับทางเฮดควอเตอร์ที่ญี่ปุ่นเป็นสำคัญ

ขณะที่ปัจจุบันพานาโซนิคในไทยมีกว่า 9 บริษัท (รวม พานาโซนิค โซลูชั่นส์ ที่ควบรวม 3 บริษัทเป็น 1 บริษัทแล้ว) และมีโรงงานในไทยรวม 16 โรงงาน

ทั้งนี้พานาโซนิค โซลูชั่นส์ (ประเทศไทย) มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นส์เพื่อชีวิตที่ประหยัดพลังงาน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดี สมาร์ท และปลอดภัย ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรภายในประเทศ และตั้งเป้าว่าจะสามารถขึ้นแท่นเป็นผู้นำในฐานะ Professional Solution Provider ชั้นนำของประเทศไทยได้ภายในปี 2573 (2030) ด้วยยอดขาย 28,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นเท่าตัว เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่ปิดได้ 14,000 ล้านบาท

“สุดท้ายนี้ พานาโซนิคยังคงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เพื่อผลิต จำหน่ายและให้บริการสินค้าคุณภาพต่อผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพราะประเทศไทยเปรียบเสมือนบ้านที่อบอุ่นและแข็งแรงอีกหลังหนึ่งของพานาโซนิค” นายอิโตะ กล่าว.